คสช.ขอบคุณคนไทยฉลองประเพณีสงกรานต์งดงาม

กำชับเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจรเส้นทางสายหลัก-สายรอง ส่งประชาชนกลับบ้านให้สะดวกที่สุด เผยยอด 5 วัน ยึดรถดื่มแล้วขับ 10,099 คัน เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่าภาพรวมการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศช่วง 5 วันที่ผ่านมา ในปีนี้เห็นได้ชัดว่าทุกภาคส่วนพร้อมใจกันจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของไทย และดำรงไว้

ซึ่งการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าตามที่รัฐบาลขอความร่วมมือโดยพบว่าการจัดงานทั้งในกทม. แหล่งท่องเที่ยว และตามจังหวัดต่างๆ เป็นไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน ผู้ร่วมงานต่างมีความสุข คสช.ขอขอบคุณผู้จัดงาน ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ดูแลสถานที่ อำนวยความสะดวกผู้ร่วมงานและบริหารจัดงานได้เป็นอย่างดี พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังเดินทางกลับจากการเฉลิมฉลองและท่องเที่ยว ทำให้การสัญจรในเส้นทางต่างๆ หนาแน่นเป็นระยะและคาดว่าจะหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่กำลังเร่งอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรอย่างเต็มที่ ให้การระบายรถมีประสิทธิภาพ รวมทั้งความพร้อมของจุดบริการต่างๆเพื่อให้ประชาชน ได้พักระหว่างเดินทาง สอบถามเส้นทาง หรือตรวจเช็คสภาพรถยนต์ เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดย 5 วัน ที่ผ่านมา มีผู้สัญจรใช้บริการ จุดบริการประชาชนของกองทัพบกถึง 61,758 คน ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปรับการอำนวยการจราจรให้สะดวกที่สุดและทันต่อสภาพการใช้ถนนทั้งในสายหลัก สายรอง และทางลัด พร้อมเปิดเส้นทางพิเศษ เพื่อเร่งระบายการจราจรให้คล่องตัวที่สุด ควบคู่ไปกับการเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ”

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 15 เม.ย. มีดังนี้ ในส่วนรถจักรยานยนต์พบการกระทำความผิด 52,698 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,999 ราย จำเป็นต้องยึดไว้ 2,069 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 41,443 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 38,956 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 3,544  ราย ยึดรถยนต์ 814 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 24,936 คน โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 11 – 15 เม.ย. เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการความปลอดภัย ดื่มไม่ขับไว้แล้ว  10,099 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 7,372 คัน และรถยนต์ 2,727 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 113,450 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคล 69,898คน อย่างไรก็ตามเพื่อให้การเดินทางสัญจรทั่วประเทศ รวมถึงบริเวณด่านชายแดน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกส่วนจะผลัดเปลี่ยนปฏิบัติติหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเดินทางกลับถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews